
เหมาะสำหรับ: เจ้าของธุรกิจและฝ่ายจัดซื้อที่ต้องคุม Landed Cost, คุม VAT หน้าด่าน, และลดความเสี่ยงเอกสาร/ต้นทุนแฝง ก่อนตกลงเงื่อนไขกับโรงงานจีน
Incoterms มีผลต่อภาษีนำเข้า เพราะศุลกากรใช้ราคา CIF เป็นฐานคำนวณ หากเลือกเงื่อนไขผิด ฐานภาษีและ VAT จะสูงขึ้นทันที และทำให้ต้นทุนรวมเพิ่มโดยไม่รู้ตัว
หลายธุรกิจเข้าใจว่า Incoterms เป็นเพียง “เงื่อนไขการส่งของ” ระหว่างผู้ซื้อกับโรงงานจีน แต่ในความเป็นจริง Incoterms 2020 ส่งผลโดยตรงต่อโครงสร้างธุรกิจของคุณในหลายมิติ ทั้งฐานการคำนวณภาษีนำเข้า ภาระ VAT ต้นทุนโลจิสติกส์ และความเสี่ยงหน้างาน
การตัดสินใจเลือก CIF แทน FOB หรือ FOB แทน EXW ไม่ได้เปลี่ยนแค่ค่าขนส่ง
แต่มันเปลี่ยน “โครงสร้างต้นทุน” และ “ความเสี่ยง” ของธุรกิจคุณทันที
Incoterms คืออะไร และเกี่ยวอะไรกับภาษีนำเข้า
Incoterms (International Commercial Terms) คือกฎสากลที่กำหนดขอบเขตความรับผิดชอบระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายใน 3 เรื่องหลัก:
- ค่าใช้จ่าย:
ใครเป็นคนจ่ายค่าขนส่ง ค่าประกัน และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ - ความเสี่ยง:
จุดไหนที่ความรับผิดชอบต่อความเสียหายของสินค้าจะโอนจากผู้ขายไปสู่ผู้ซื้อ - หน้าที่:
ใครเป็นคนจัดทำเอกสารและดำเนินพิธีการศุลกากร
สิ่งที่ผู้นำเข้าจำนวนมากมักมองข้ามคือ Incoterms มีผลต่อภาษีอย่างไร คำตอบคือศุลกากรไทยใช้ ราคา CIF (Cost + Insurance + Freight) เป็นฐานในการคำนวณภาษี
ดังนั้นแม้คุณจะซื้อของในราคาโรงงาน (EXW) แต่เมื่อถึงเวลาเสียภาษี คุณต้องบวกค่าขนส่งและประกันกลับเข้าไปเพื่อให้เป็นราคา CIF หากคำนวณส่วนนี้ผิด ภาระภาษีที่คุณต้องจ่ายจริงจะพุ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้
หลายธุรกิจนิยมเรียกเงื่อนไขการส่งของติดปากว่า FOB หรือ CIF ไม่ว่าจะส่งทางไหน แต่ตามหลัก Incoterms 2020 สองคำนี้ถูกออกแบบมาเพื่อ การขนส่งทางเรือเท่านั้น ซึ่งเป็นหนึ่งใน 3 รูปแบบหลักของการขนส่งจากจีนที่ผู้นำเข้าควรเข้าใจให้ชัด ก่อนเลือกเงื่อนไขที่เหมาะสม หากคุณนำเข้าทางบกหรือทางอากาศ ควรเปลี่ยนมาใช้เงื่อนไข FCA หรือ CIP แทน เพื่อให้ความคุ้มครองประกันสอดคล้องกับการขนส่งจริง
เช็กลิสต์ฝ่ายจัดซื้อ: ก่อนตกลง Incoterms กับโรงงานจีน ให้ล็อก 5 อย่างนี้
- คุณต้องการคุม Freight เองไหม?
ถ้าคุมเองได้ มักต่อรองต้นทุนรวมได้ดีขึ้น - ต้องการความโปร่งใสของค่าขนส่งหรือไม่?
CIF อาจ “ดูง่าย” แต่ไม่เห็นโครงสร้าง Freight ชัด - Cash Flow รองรับ VAT หน้าด่านที่สูงขึ้นได้ไหม?
เพราะ VAT ผูกกับ CIF โดยตรง - ทีมคุณพร้อมดูเอกสารต้นทางหรือยัง?
ถ้า EXW แต่ไม่มีคนคุมเอกสาร เสี่ยงเอกสารไม่ครบตั้งแต่ต้นทาง - คุณใช้เส้นทางขนส่งแบบไหน (เรือ/อากาศ/บก)?
เพื่อเลือก term ให้ถูกประเภท (เช่น FOB/CIF เฉพาะทางเรือ)
CIF กับ FOB ต่างกันอย่างไร และกระทบภาษีอย่างไร
1. กรณี FOB (Free On Board)
- นิยาม:
โรงงานรับผิดชอบส่งสินค้าถึงแค่บนเรือที่ท่าเรือต้นทาง (จีน) - ราคา FOB คืออะไร:
คือราคาสินค้าที่ไม่รวมค่าขนส่งข้ามประเทศและประกันภัย - ผลต่อภาษี:
ผู้นำเข้าต้องนำราคา FOB มาบวกค่า Freight และ Insurance เองเพื่อหาฐานภาษี - ข้อควรระวัง:
หากแจ้งค่าขนส่งต่ำกว่าความเป็นจริง ศุลกากรมีสิทธิ์ประเมินฐานภาษีใหม่ ซึ่งอาจนำไปสู่การเสียภาษีและ VAT เพิ่มเติมย้อนหลัง
2. กรณี CIF (Cost, Insurance, and Freight)
- นิยาม:
โรงงานจัดการรวมค่าสินค้า ค่าขนส่ง และประกันภัยมาให้เสร็จสรรพจนถึงท่าเรือปลายทาง (ไทย) - ราคา CIF คืออะไร:
คือราคาเบ็ดเสร็จที่ศุลกากรใช้เป็นตัวตั้งในการคูณอัตราภาษีทันที - ข้อควรระวัง:
Freight ที่โรงงานจีนบวกมาอาจสูงกว่าราคาตลาด และคุณต้องจ่าย VAT 7% บนฐานราคาที่รวม Freight นั้นเข้าไปด้วย ทำให้กระแสเงินสดหน้าด่านถูกใช้มากกว่าที่ควร
ทำไม Incoterms ถึงกระทบ VAT และกระแสเงินสด
สูตรการ คำนวณภาษีนำเข้า คือ:
- (ราคา CIF × อัตราอากรขาเข้า ซึ่งกำหนดจาก HS Code) = ยอดภาษีอากร
- (ราคา CIF + ยอดภาษีอากร) × 7% = ยอด VAT นำเข้า
ดังนั้นถ้า CIF สูงขึ้น VAT ก็สูงขึ้นทันที
ตัวอย่างง่าย ๆ:
- CIF = 1,000,000 บาท
- อากร 10% = 100,000
- VAT 7% = 77,000
ถ้า Freight ถูกบวกเกินจริง 100,000 บาท VAT จะเพิ่มอีก 7,000 บาททันที เมื่อสะสมหลายล็อตจะกลายเป็นภาระกระแสเงินสดที่ต้องเตรียมหน้าด่านที่สูงขึ้นมาก โครงสร้างฐานภาษี CIF และ VAT นี้ คือหลักเดียวกับที่อธิบายไว้ในบทความ ภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการวางแผน Incoterms ให้ไม่กระทบกำไร
Incoterms กับความเสี่ยงการนำเข้า
นอกจากเรื่องภาษี Incoterms ยังมีผลต่อ:
- ความเสี่ยงระหว่างทาง
EXW → ความเสี่ยงโอนตั้งแต่รับของหน้าโรงงาน
CIF → ความเสี่ยงโอนเมื่อสินค้าขึ้นเรือ (ผู้ขายจ่าย Freight) - ความโปร่งใสของต้นทุน
CIF อาจดูง่าย แต่ไม่เห็นโครงสร้างต้นทุนจริง
FOB ช่วยให้ควบคุม Freight ผ่าน freight forwarder จีน-ไทย ได้เอง - การควบคุมเอกสาร
หากใช้ EXW โดยไม่มีผู้เชี่ยวชาญ เอกสารอาจไม่ครบตั้งแต่ต้นทาง
เลือก Incoterms อย่างไรให้เหมาะกับธุรกิจ
คำถามที่ควรถามก่อนตกลงเงื่อนไข:
- เราควบคุมค่าขนส่งเองได้หรือไม่?
- ต้องการความโปร่งใสของ Freight หรือไม่?
- กระแสเงินสดรองรับ VAT สูงขึ้นได้หรือไม่?
- มีทีมจัดการเอกสารต้นทางหรือยัง?
ธุรกิจเริ่มต้น:
อาจเริ่มจาก CIF เพราะความยุ่งยากน้อยกว่า แต่ต้องยอมแลกกับฐานภาษีที่อาจสูงกว่าปกติ
ธุรกิจที่ต้องการคุมต้นทุน:
มักเลือก FOB เพื่อให้สามารถบริหารจัดการค่าขนส่งเองผ่านผู้ให้บริการโลจิสติกส์ ซึ่งช่วยให้การคำนวณต้นทุนนำเข้าสินค้าจากจีน (Landed Cost) แม่นยำกว่า
คำถามที่เจ้าของธุรกิจมักสงสัย
01. Incoterms มีผลต่อภาษีนำเข้าอย่างไร
มีผลต่อการกำหนดฐานราคา CIF หากฐานนี้สูง ภาษีอากรและ VAT ก็จะสูงขึ้นตาม
02. CIF หรือ FOB แบบไหนเสียภาษีน้อยกว่า
ไม่ได้ขึ้นอยู่กับชื่อเงื่อนไข แต่ขึ้นอยู่กับว่าราคา CIF สุดท้ายของแบบไหนต่ำกว่ากัน (บ่อยครั้งที่ FOB + บริหาร Freight เองจะประหยัดกว่า)
03. เลือก Incoterms ผิดจะเกิดอะไรขึ้น
ต้นทุนจริงอาจสูงกว่าที่ประเมินไว้ ความเสี่ยงในการรับผิดชอบสินค้าอาจไม่ชัดเจน และอาจเกิดปัญหาภาษีย้อนหลังหากแจ้งฐานราคาไม่ครบถ้วน
สรุป: Incoterms คือโครงสร้างกำไรที่ไม่ควรละเลย
Incoterms ไม่ใช่เพียงเรื่องของการส่งของ แต่คือการวางแผนภาษีและบริหารความเสี่ยง ธุรกิจที่เข้าใจระบบจะสามารถควบคุมต้นทุนรวมได้อย่างแม่นยำ ลดโอกาสโดนภาษีย้อนหลัง และรักษาเงินสดในมือไว้ได้อย่างมั่นคง ธุรกิจที่ไม่เข้าใจอาจจ่ายแพงกว่าที่คิดโดยไม่รู้ตัว
วางแผน Incoterms ให้แม่นยำกับ BUBU Freight
BUBU Freight ไม่ได้เพียงแค่รับจองระวางเรือ แต่เราช่วยวิเคราะห์ว่า Incoterms แบบไหนที่เหมาะสมกับโครงสร้างธุรกิจของคุณที่สุด
แนวทางของเรา
- วิเคราะห์ผลกระทบภาษี:
ก่อนที่คุณจะตกลงเงื่อนไขกับโรงงาน - คำนวณ Landed Cost ล่วงหน้า:
เพื่อให้คุณเห็นกำไรที่แท้จริงก่อนสั่งซื้อ - ตรวจสอบเอกสารอย่างโปร่งใส:
มั่นใจว่าฐาน CIF จะถูกต้องตามหลักศุลกากร
เพราะการนำเข้าที่คุ้มค่า เริ่มต้นจากการเลือกเงื่อนไขที่ถูกต้องตั้งแต่ต้นทาง ให้ผู้เชี่ยวชาญจาก BUBU Freight ดูแลการนำเข้าของคุณอย่างเป็นระบบ
ปรึกษาการเลือก Incoterms และการนำเข้าสินค้าจากจีนกับ Bubu Freight